ที่ สกรท 009/2551 ด่วนที่สุด
วันที่ 30 เมษายน 2551
เรื่อง ขอให้พิจารณาปรับอัตราค่าโดยสาร
เรียน อธิบดีกรมการขนส่งทางบก
อ้างถึง 1. หนังสือสมาคมฯ ที่ สกรท 0005/2551 ลงวันที่ 18 มี.ค.51
2. หนังสือสมาคมฯ ที่ สกรท 0007/2551 ลงวันที่ 17 เม.ย.51
ตามที่ สมาคมกิจการรถโดยสารประจำทางไทย ได้ร้องขอให้ท่านปรับอัตราค่าโดยสารตามราคาน้ำมันที่สูงขึ้น รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่อ้างถึงนั้น
ปรากฏว่า ราคาจำหน่ายปลีกน้ำมันดีเซล ณ ปัจจุบันลิตรละ 33.94 บาท ซึ่งราคาค่าโดยสารต้องอยู่ที่อัตราที่ 20 และมีแนวโน้มว่าราคาน้ำมันจะเพิ่มสูงอีกอย่างแน่นอน แต่ทางราชการก็ยังไม่มีการพิจารณาการขอปรับค่าโดยสารแต่อย่างใด
และเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2551 สมาคมฯ ได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งที่ 5/2550 ที่ประชุมมีมติว่าให้รอฟังผลการพิจารณาจากรัฐบาล ในการลดภาษีสรรพสามิต
ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2551 ได้มีการประชุมระหว่าง กระทรวงการคลัง กับ กระทรวงพลังงาน เพื่อหาแนวทางโดยการลดภาษีสรรพสามิตของน้ำมันดีเซล โดยการประชุม ได้ข้อยุติว่ารัฐบาลไม่ลดภาษีสรรพสามิตตามที่เป็นข่าว เพราะที่ประชุมเห็นว่าราคาน้ำมันจะต้องสูงขึ้นอีก จึงเป็นการไม่สมควรที่รัฐบาลจะช่วยเหลือโดยการลดภาษีสรรพสามิต
ดังนั้น เมื่อได้ข้อยุติว่าผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาล จึงเหลือหนทางสุดท้ายคือการปรับอัตราค่าโดยสาร โดยขอให้ปรับอัตราค่าโดยสารสำหรับรถหมวด 2, หมวด 3, หมวด 4 และ หมวด 1(ต่างจังหวัด) ดังนี้
1. รถมาตรฐาน 3 (รถธรรมดา) ขอใช้อัตราค่าโดยสารอัตราที่ 18 หรือเพิ่มอีก 3 สตางค์ ต่อกิโลเมตร ถึงแม้ราคาน้ำมันจะอยู่อัตราที่ 20 หรือเพิ่มอีก 5 สตางค์ต่อกิโลเมตร เพื่อไม่ให้ประชาชนผู้ใช้บริการได้รับผลกระทบจากค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้นมากเกินไป สมาคมฯขอยืนยันจะใช้อัตราที่ 18 เพื่อเป็นการผ่อนคลายสถานการณ์ของผู้ประกอบการและผู้ใช้บริการ
สำหรับรถมาตรฐานอื่นๆ ขอให้ปรับอัตราค่าโดยสาร ดังนี้
รถปรับอากาศ ชั้น 2 (มาตรฐาน 2) ขอปรับ 4 สตางค์ต่อกิโลเมตร
รถมาตรฐาน 1ข (ป1) 42 ที่นั่งขอปรับ 5 สตางค์ต่อกิโลเมตร
รถมาตรฐาน 1ข (พิเศษ) 32 ที่นั่งขอปรับ 6 สตางค์ ต่อกิโลเมตร
รถมาตรฐาน 1ก (VIP) 24 ที่นั่งขอปรับ 8 สตางค์ ต่อกิโลเมตร
2.ส่วนที่ขาดไปสองอัตรา หรือ 2 สตางค์/กม. ขอให้ บขส. งดเก็บค่าธรรมเนียม (ค่าขา) ไว้ชั่วคราว จนกว่าจะมีการพิจารณาชดเชยส่วนที่ขาดไป
3. ขอให้กำหนดอัตราค่าโดยสารขั้นต่ำในราคา 8 บาท เพราะในการปรับอัตราค่าโดยสารครั้งหลังสุด รถเหล่านี้ไม่ได้ปรับค่าโดยสารขั้นต่ำ
สมาคมฯ ขอเรียนเพิ่มเติมว่า หากทางราชการไม่พิจารณาช่วยเหลือให้มีการปรับอัตราค่าโดยสารภายในระยะเวลาอันสั้น เจ้าของรถผู้ประกอบการก็จะไม่มีเงินทุนที่จะซื้อน้ำมัน และการวิ่งบริการก็จะต้องหยุดไปโดยปริยาย
จึงขอให้ท่านพิจารณาโดยด่วน และขอความกรุณาช่วยแจ้งผลให้ สมาคมฯ ทราบโดยด่วนด้วย เพื่อที่สมาคมฯ จะแจ้งให้ผู้ประกอบการทั่วทุกภูมิภาคได้ทราบต่อไป
ขอแสดงความนับถือ
(นายพิเชษฐ์ เจียมบุรเศรษฐ์)
นายกสมาคม